เมื่อทราบข่าวว่าเอสึเกะไม่เป็นอะไรแล้ว พอถึงกำหนดที่ท่านพ่อ
จะกลับมาที่โอกายามะ ทั้งอางูริและท่านแม่จึงไปรอรับที่สถานี
ด้วยความดีใจ แต่แล้วก็ต้องผิดหวังกันไปทั้งสองคน เมื่อท่านพ่อ
ก้าวลงมาที่ชานชาลาคนเดียว ไม่มีเอสึเกะติดตามมาด้วย คุณลูกชาย
ตัวแสบนั้นยังคงอยู่ที่โตเกียว ไม่ยอมกลับมาบ้าน เล่นเอาท่านแม่
บ่นอุบเป็นหมีกินผึ้ง ว่าเมียก็ท้องอยู่แท้ ๆ ส่วนอางูริพอเห็นท่านแม่
บ่นมาก ๆ จึงว่าเธอไม่เป็นอะไร ท่านพ่อจึงหยิบซองกระดาษหนึ่งออก
มาจากกระเป๋าให้อางูริ บอกว่าเอสึเกะฝากมาให้ เมื่อเปิดดูก็เป็นกระดาษ
เขียนอักษรไว้เป็นชื่อของลูกที่จะเกิดมา ชื่อว่า จุน ท่านแม่เลยบ่นต่อ
อีกว่า ยังไม่รู้เลยลูกจะเป็นผู้หญิงหรือชายก็ตั้งชื่อให้แล้ว แต่อางูริ
ก็ดูท่าทางปลื้มปิติมาก เธอเอากระดาษที่เอสึเกะตั้งชื่อลูกนี้ไปแปะ
ไว้บนเสาในห้องนอน แล้วจ้องมองด้วยความชอบใจ

 

 

 

วันเวลาผ่านไปจนอางูริท้องโตเห็นได้ชัดเจนขึ้นทุกที แต่ความกระโดก
กระเดกของเธอก็ยังคงเส้นคงวา ครั้งหนึ่งเคยถึงกับปั่นจักรยานเอาสมุด
การบ้านไปคืนให้ทามิจัง (ถ้าลูกหลุดมาแล้วจะทำยังไง ) ซึ่งพอท่านแม่
รู้เข้าก็ลมแทบใส่อีกครั้ง จัดการเรียกลูกสะใภ้มาเอ็ดอึงเสียใหญ่โต
แล้วสิ่งที่ท่านแม่กลัวก็เกิดขึ้นจริง ๆ เมื่ออางูริเกิดไปปีนเก้าอี้เพื่อทำ
ความสะอาดหน้าต่างกระจกห้องเรียน ทั้งที่เพื่อน ๆ ก็ช่วยกันสั่งห้าม
ไว้แล้ว แล้วก็เกิดตกลงมาจริง ๆ เย็นวันนั้นหมอตำแยจึงถูกตามตัว
มาที่บ้านด่วน เดชะบุญยังมี ที่เด็กไม่เป็นอะไร อางูริรู้สึกผิดจน
นอนซึมอยู่ในฟูก พอท่านพ่อมาเยี่ยมก็ไม่กล้าสู้หน้าจนยกผ้าห่มขึ้น
มาปิดหน้า แต่ท่านพ่อก็มองลูกสะใภ้อย่างใจดี แล้วส่งซองกระดาษ
ให้บอกว่าเอสึเกะส่งมา เมื่ออางูริเปิดออกดูก็เห็นเป็นหนังสือที่มีงาน
เขียนของเอสึเกะตีพิมพ์อยู่ ในเรื่องนั้นมีตัวละครชื่อว่า จุน อางูริอ่าน
ตัวหนังสือที่สามีเขียนไป ร้องไห้ไป ปากก็พูด...ขอโทษนะ เอสึเกะซัง
...ขอโทษนะ จุน ซึ่งลูกเองก็เหมือนรู้ ดิ้นสุดแรงจนแม่สะดุ้ง อางูริเอามือ
ลูบท้องอย่างดีใจ พึมพำเรียกชื่อลูกไม่ขาดปากด้วยความปลื้มใจ

 

ชั้นถึงได้บอกไงยะ ว่าถ้าลูกหลุดไปแล้วจะทำยังไง T^T

 

 

วันรุ่งขึ้นอางูริเกล้าผม แต่งตัวสวมกิโมโนตามแบบหญิงที่ออกเรือนแล้ว
ไปที่โรงเรียน ซึ่งคุณครูก็พาอางูริออกมายืนหน้าชั้นเรียนพร้อมกับประกาศ
ให้เพื่อน ๆ ทราบว่า อางูริจะลาออกจากการเป็นนักเรียนแล้ว อางูริพูดให้
เพื่อน ๆ เข้าใจว่าเป็นแบบนี้จะดีกว่า ทั้งหมดร่ำลากันด้วยความซาบซึ้งใจ
คุณครูภาษาอังกฤษสุดเฮี้ยบก็มอบดิกชันนารี่ให้ไปเป็นที่ระลึกพร้อมกับ
บอกว่าให้พยายามเข้า อางูริกับท่านแม่เดินออกมาหน้าตึกเรียน แต่เพื่อน ๆ
ก็ยังตามมาตะโกนโบกไม้โบกมือให้ตรงหน้าต่างกันเต็มไปหมด นับเป็นฉาก
สุดท้ายในชีวิตเด็กนักเรียนของอางูริ

 


 

 

วันเวลาผ่านไปอีก จนอางูริท้องแก่อุ้ยอ้ายเข้าทุกที แล้ววันหนึ่งแขกไม่รับเชิญ
คนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้าน ซึ่งก็คือ โมริซังเจ้าเก่า เล่นเอาท่านแม่และคุณ
แม่บ้านพากันเหล่ตามองอย่างไม่พอใจนัก แต่อางูรินั้นกลับดีใจ เพราะเธอ
ค่อนข้างชอบอัธยาศัยของโมริซังตั้งแต่ที่เจอกันเมื่อคราวก่อนแล้ว แล้วเรื่อง
ก็เข้าอีหรอบเดิม ที่โมริซังมาคราวนี้คือ มาขอเงินท่านพ่อนั่นเอง lol ซึ่งท่านพ่อ
ก็ไขเงินในกำปั่นให้ไป และฝากฝังให้ช่วยดูแลเอสึเกะด้วย คืนนั้นโมริซังก็ล้มทับ
เจ้าของบ้านไปอีกอย่าง เพราะท่านพ่อเลี้ยงทั้งเหล้าทั้งอาหาร โดยมีอางูริ
นั่งเล่นร้องเพลงเล่นอยู่ด้วยความสนุกสนาน

 

 

รุ่งเช้าโมริซังจะกลับออกไป แต่อางูริเดินไปดักหน้าบ้าน จะขอติดตามไป
โตเกียวด้วย เพราะจนป่านนี้แล้ว ยังไม่เคยได้พบกับเอสึเกะเลย โมริซัง
มองหน้าอางูริแบบชั่งใจนิด ๆ แต่แล้วก็พยักหน้าบอกให้อางูริตามมา
โมริซังพาอางูริไปแวะที่เรียวกังแห่งหนึ่ง อางูริก็เดินตามเข้าไปอย่างงง ๆ
จนถึงห้องหนึ่ง ซึ่งเมื่อโมริซังเปิดประตูพาเข้าไปก็ต้องตกตะลึง เพราะ
คุณสามีตัวแสบนั้นนอนพังพาบชมดอกซากุระอยู่ในห้องนั้น อางูริรีบ
ต่อว่าทันทีว่ากลับมาโอกายามะทั้งทีแล้วทำไมไม่กลับบ้าน ท่านแม่เป็น
ห่วงมาก (ใจจืดใจดำ ) ซึ่งคุณเธอพอเห็นเมียโวยวายใส่แบบนั้นก็ได้แต่
อุบอิบเถียงไปแบบข้าง ๆ คู ๆ พอรู้สึกตัวก็จ้องท้องเมียตัวเองอย่างสนใจ
แล้วก็ถามว่า นี่นะเหรอ จุน? (ก็ใช่น่ะสิยะ แล้วมันผลงานใครล่ะยะถึงได้
ออกมาเบ้อเริ่มเบ้อเทิ่มขนาดเน้ ) อางูริฉุนกึ๊กขึ้นมาเลยพูดใส่ว่า ยังจะมา
พูดอีก คราวนี้เอสึเกะเลยเริ่มเอื้อมมือไปแตะท้อง ซึ่งลูกเองก็เหมือนจะ
รู้ว่าพ่อ (ตัวแสบ) มาเลยขยับตัวดิ้น เอสึเกะร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
ก้มหน้าลงไปเอาหูแนบท้องเมียหลับตาพริ้ม ทำให้อางูรินั้นยิ้มออกมาจนได้

 

อาจารย์แลดูอะเมซิ่งกับผลงานตัวเองมาก lol

เป็นอย่างนี้ตลอดเลย เธอจะรู้ดีว่าทำยังไงเราถึงจะไม่โกรธเธอ

 

แล้วทั้งหมดก็ยกขบวนกันไปที่สถานีรถไฟ อางูริยืนส่งสามีด้วยสีหน้าใจหาย
แทบอยากขอร้องเอสึเกะไม่ให้ไปแต่ก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่ขอสัญญาว่าให้กลับ
มาหาเธอกับลูกตอนคลอดด้วย เอสึเกะก็รับคำ พอจะก้าวขึ้นรถไฟก็ได้ยิน
เสียงคนในสถานีเอะอะกันใหญ่ กลายเป็นอางูริทรุดตัวลงไปกองกับพื้น
มือกุมท้องด้วยสีหน้าเจ็บปวด เอสึเกะพุ่งเข้ามาหาภรรยาทันที อางูริได้แต่
บีบมือสามีไว้แน่น ส่งเสียงร้องว่าเจ็บอยู่ตลอดเวลาด้วยความทรมาน

 

 

 

 

เย็นวันนั้นเมื่อยูโซกลับบ้านมา เลยเห็นพี่ชายนั่งโขกหมากรุกชิลด์ ๆ
อยู่กับโมริซังในบ้าน ยูโซเฉ่งนี่ซังทันทีเรื่องที่หายหัวไป ปล่อยให้พี่สะใภ้
โดนเล่นงานอยู่คนเดียว แล้วตอนนี้เมียจะคลอดลูกก็ยังมานั่งชิลด์อีก
เอสึเกะเห็นน้องชายตื่นเต้นนัก เลยแซวว่ายูโซเหมือนเป็นพ่อเองเลย
แล้วสองพี่น้องก็ถกกันเรื่องรับสืบทอดกิจการของตระกูลโมจิสึกิอีก
เอสึเกะบอกให้ยูโซไปเรียนต่อที่โตเกียวเป็นวิศวกรรถยนต์ตามฝันไว้
แต่น้องชายก็แย้งว่าถ้าไปกันหมดบ้านทั้งสองคนแล้วท่านพ่อจะเหลือ
ใคร แล้วก็มองพี่ชายที่ทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอย่างหมั่นไส้เต็มที
ด้านอางูริก็นอนปวดท้องเหงื่อซึมอยู่ในห้อง แต่ก็ถามท่านแม่ไม่ขาด
ปากว่า เอสึเกะล่ะคะ ๆ จนท่านแม่ต้องปลอบว่า เอสึเกะยังอยู่ ไม่ได้
หายไปไหน แต่พอนึกถึงนิสัยลูกชายขึ้นมาได้ก็ชักไม่แน่ใจ เลยต้อง
ออกมาดูด้วยตัวเองอีกทีก็เห็นยังนั่งโขกหมากรุกอยู่กับยูโซที่ห้องรับแขก
พอเห็นพวกผู้ชายชิลด์กันนัก ท่านแม่เลยอดบ่นออกมาไม่ได้ เอสึเกะ
เลยตั้งท่าจะลุกไปดูเมียในห้อง ก็ถูกท่านแม่ห้ามไว้เสียงหลงอีก
(ตกลงจะเอายังไง lol) และแล้วท่านพ่อก็ห้อเหยียดตามมาอีกคน
พอเจอหน้าลูกชายตัวแสบ ดีใจได้นิดเดียวก็เถียงกันอีกเรื่องสืบทอด
กิจการของบ้าน ท่านพ่อพยายามกล่อมเอสึเกะ เพราะไหน ๆ ก็มีทั้ง
เมียทั้งลูกแล้วน่าจะอยู่ที่บ้านได้สักที แต่เจ้าลูกชายก็ยังทำท่าทองไม่รู้
ร้อนทำเอาท่านพ่อมีน้ำโหขึ้นมาอีก จนโมริซังเห็นท่าไม่ดีก็เลยออกมา
ห้ามทัพไว้

 

 

 

เวลาผ่านล่วงเลยไปจนค่ำ อางูริก็ยังไม่คลอด ถึงตรงนี้เริ่มวุ่นขึ้น
มาอีก เพราะคุณแม่บ้านที่วิ่งวุ่นหัวหมุนไปหมุนมาเกิดหลังเดี้ยงเพราะ
ไปยกของหนักเข้า พวกผู้ชายเลยต้องลงมาช่วยกันในครัวแทน
ทั้งทำกับข้าว ทั้งต้มน้ำ วุ่นวายกันไปหมดทั้งบ้าน ท่านพ่อเห็นลูก
สะใภ้จะคลอดแล้ว แต่ลูกชายยังมานั่งปั้นข้าวเย็นใจอยู่อีกเลย
เข้ามาเร่ง ซึ่งเอสึเกะก็ยังทำเฉย ๆ แต่พอได้ยินเสียงเด็กร้องไห้
จ้าลั่นบ้าน ฮีก็ทิ้งข้าวปั้นที่อยู่ในมือวิ่งแจ้นไปหน้าห้องที่อางูริ
นอนอยู่ทันที lol ทุกคนมาออรอฟังผลกันอยู่หน้าห้องอย่างตื่นเต้น
และแล้วท่านแม่ก็เปิดประตูออกมายินดีกับเอสึเกะว่าได้ลูกชาย
สุขภาพแข็งแรงมาก ทั้งหมดเฮกันสนั่นหยั่งกับซัลโวลูกเข้าประตู
ทองได้ พากันแสดงความยินดีกับเอสึเกะที่ยืนยิ้มอย่างดีใจกัน
ยกใหญ่

 

 

 

และแล้วคุณพ่อคนใหม่ก็เปิดประตูห้องเข้าไปดูลูกกับภรรยา
อางูรินอนเหงื่อซึมหมดแรง มีแต่สีหน้าที่ดูสดใสจ้องมองลูกชาย
ตัวน้อยที่นอนข้าง ๆ อย่างปลื้มใจ เอสึเกะเล่นกับลูกอย่างดีใจ
สอดนิ้วเข้าดึงมือภรรยามากุมไว้ พร้อมกับพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ว่า "ขอบใจมากนะ อางูริ"

 

 

 

 

 

 

-----------------------------------------------------------------------------

 

เอิ๊กกกกก


เจอรอยยิ้มสุดท้ายของอาจารย์ไป อยากบอกว่าเดี๊ยนจอดเลย
เป็นซีนที่แอบน้ำตาซึม ปลื้มปริ่มไปด้วย (ประหนึ่งว่าอิชั้นเป็น
คนไปคลอดเองมาก ๆ ) เผลอคิดไปเลย ว่าได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้
ช่างดีจริง ๆ


แล้วอย่างนี้คนเป็นภรรยาใครเค้าจะอยากปล่อยให้ห่างตัวเนอะ
ว่าไหม

 


------------------------------------------------------------

 

สุดท้ายนี้ ขอสวัสดีปีใหม่คนอ่านส่งท้ายปีด้วยค่า เป็นอีกหนึ่งปีที่มี
ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ของอิชั้นพอสมควร หลาย ๆ เรื่อง
อยากอัพก็ทำไม่ได้ครบตามที่เคยโพสเลย lol แต่ก็ขอบคุณที่ช่วย
ติดตามการเวิ่นกันมาโดยตลอด ขอให้ผู้อ่านทุกท่านสุขภาพดีทั้งกาย
และจิต มีพลังใจ พลังกาย และพลังเงินในการทำสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการ
ตลอดทั้งปีเจ้าข้า m(_ _)m

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากค่า confused smile

#3 By molecularkitten on 2013-01-06 09:24

สวัสดีปีใหม่พี่เตยค่ะ 
ขอให้ปีนี้มีแต่เรื่องดีๆ
ขออำนาจคุณพระดลบันดาลให้มีแต่ความสุขนะคะ
อางูริตอนเกล้าผมนี่ สวยชัดขึ้นมาเลยค่ะ
 

#2 By Metaphysics on 2013-01-05 15:40

สวัสดีปีใหม่พี่เตยค่ะ 
ขอให้ปีนี้มีแต่เรื่องดีๆ
ขออำนาจคุณพระดลบันดาลให้มีแต่ความสุขนะคะ
อางูริตอนเกล้าผมนี่ สวยชัดขึ้นมาเลยค่ะ
 

#1 By Metaphysics on 2013-01-05 15:40